รพ.สต.บ้านด่าน
บุคคลากร รพ.สต..บ้านด่าน

วิสัยทัศน์
มีมาตรฐานด้านบริการ บริหารงานอย่างโปร่งใส ใส่ใจสุขภาพภาคประชาชน
นำทุกคนสู่การพัฒนา บนวิถีแห่งความพอเพียงและเป็นธรรม
พันธกิจ
เร่งรัดการสร้างหลักประกันสุขภาพ ให้มีคุณภาพทุกกลุ่มอายุในพื้นที่
- เสริมสร้างพฤติกรรมการมีส่วนร่วมเชิงรุกด้านการส่งเสริม ป้องกันโรค รักษาและฟื้นฟูสุขภาพของชุมชน
- พัฒนาระบบบริการการจัดการทางด้านสุขภาพเพื่อการบริการที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน
- สร้างเครือข่ายด้านสุขภาพ โดยใช้รูปแบบวิธีการที่เหมาะสมกับความเชื่อ ทัศนคติของประชาชนในพื้นที่
- บุคลากรได้รับการพัฒนาและเพิ่มทักษะทั้งทางด้านบริหารและวิชาการ
- เน้นการทำงานเป็นทีมและมีบูรณาการทุกภาคส่วนแบบองค์รวม
ยุทธศาสตร์
- ด้านการพัฒนาคุณภาพระบบบริการให้มีคุณภาพ มาตรฐาน
- สถานีอนามัยบ้านด่านมีเครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุทางการแพทย์ที่จำเป็นเพียงพอ และได้มาตรฐาน
- มีระบบฐานข้อมูล ระเบียนข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
- สถานบริการมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่น สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่
- ผู้มารับบริการมีความพึงพอใจและได้มาตรฐานในการมารับบริการ
2. พัฒนางานเชิงรุกโดยชุมชนมีส่วนร่วมด้านการส่งเสริมสุขภาพและสร้างเครือข่ายสุขภาพ พันธมิตรองค์กรนอกภาคสาธารณสุข
3. ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากร และสร้างการทำงานเป็นทีม
ประวัติสถานีอนามัยบ้านด่าน
ประวัติความเป็นมา
เนื่องจาก หมู่บ้านในเขตตำบลขุนน่านเดิมขึ้นอยู่กับตำบลบ่อเกลือเหนือ ซึ่งมีสถานบริการ สาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวก ให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ต่อมาตำบลบ่อเกลือเหนือได้รับงบประมาณสร้างสถานีอนามัยขึ้นอีก 1 แห่ง ที่ตำบลบ่อเกลือเหนือ ในอาณาบริเวณสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวกเดิม ทางราชการจึงได้ย้ายสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวกมาตั้งที่บ้านด่าน เมื่อปีพ.ศ. 2532 ต่อมาตำบลบ่อเกลือเหนือได้แยกตำบลเป็นตำบลขุนน่านอีก 1 ตำบล เมื่อปี พ.ศ. 2534
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2533 มีเจ้าหน้าที่จากองค์การนิกโก้ ซึ่งเป็นองค์การเอกชนจากประเทศญี่ปุ่น ได้มาสำรวจภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนในเขตตำบลขุนน่าน แล้วจึงดำเนินการก่อสร้างสถานีอนามัยแห่งนี้ พร้อมบ้านพักข้าราชการระดับ 1–2 หนึ่งหลัง , บ้านพักข้าราชการระดับ 3-4 หนึ่งหลัง , บ้านพักข้าราชการระดับ 5-6 หนึ่งหลัง โดยได้รับเงินบริจาคจากคุณยูคิโอะ ยามาโมโต้ ภายใต้การร่วมมือของรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์การนิกโก้ เมื่อปี พ.ศ. 2534 และให้บริการแก่ประชาชนตำบลขุนน่าน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2534
ข้อมูลประชากร
1. ประชากรทั้งหมด 1,691 คน
- ประชากรชาย 847 คน
- ประชากรหญิง 844 คน
2.จำนวนหลังคาเรือน 420 คน
3.จำนวนครอบครัว 514 คน
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านง้อมเปา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน
ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านขุนน้ำน่าน ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ แนวชายแดน แขวงไชยบุรี สปป.ลาว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านมณีพฤกษ์ ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน
สภาพภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันทอดตัวยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ มีที่ราบเชิงเขาเพียงร้อยละ 5 ของพื้นที่สำหรับที่ประชาชนอาศัยและประกอบอาชีพ มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ราบลุ่มตามแม่น้ำ ที่เกิดจากการไหลรวมของลำห้วยเล็ก ๆ ที่มีอยู่ตามหุบเขา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำน่าน พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 216,126 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคามียอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดดอยภูแว สถานีอนามัยบ้านด่าน อยู่ห่างจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติประมาณ 40 กิโลเมตร (ตามทางหลวงหมายเลข 1081) อยู่ห่างจากอำเภอบ่อเกลือประมาณ 36 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่านประมาณ 143 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
สภาพทางเศรษฐกิจ
ประชาชนร้อยละ 95 ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร ได้แก่การปลูกข้าว ข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์คือ โค กระบือ อาชีพอื่นๆของชาวบ้านคือการหาของป่า และรับจ้าง ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการอพยพไปทำงานต่างถิ่นมากขึ้นในช่วงหมดจากฤดูการทำนา เนื่องจากประชาชนจำนวนเพิ่มขึ้นแต่พื้นที่ทำกินมีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการต่าง ๆ ดังข้อมูลต่อไปนี้
- จำนวนโรงเรียนประถม 1 โรง (โรงเรียนบ้านบวกหญ้า)
- จำนวนโรงเรียนขยายโอกาส 1 โรง (โรงเรียนบ้านด่าน)
- จำนวนศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” 5 ศูนย์การเรียน
- จำนวนสำนักสงฆ์ ( อาศรมธรรมจาริก ) 2 แห่ง
- จำนวนพระ/ภิกษุ/นักบวช 2 รูป
- จำนวนร้านค้า 21 แห่ง
- จำนวนร้านอาหาร (ก๋วยเตี๋ยว) 2 แห่ง
- จำนวนร้านตัดผม(ชาย) 1 แห่ง
- จำนวนหน่วยราชการอื่นๆทั้งหมด 1 แห่ง (หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่ 9)
วัฒนธรรมประเพณีและศาสนา
สำนักสงฆ์(อาศรมธรรมจาริก) จำนวน 2 แห่ง ประชาชนส่วนหนึ่งนับถือศาสนาพุทธ มีบางหมู่บ้านเป็นชาวเขานับถือ ผี มีการเลี้ยงผี มีการถือวันกำ ใน 10 วันจะมีวันกำ 1 วัน ในวันกำชาวบ้านจะไม่ประกอบอาชีพ แต่สามารถออกไปหาอาหารเพื่อทานและมีการพัฒนาหมู่บ้าน
Theme by flashcast.
รพ.สต.บ้านน้ำรีพัฒนา

สถานีอนามัยบ้านน้ำรีพัฒนา
ตั้งอยู่ ในหมู่บ้านน้ำรีพัฒนา หมู่ 12 ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
วิสัยทัศน์
สิ่งแวดล้อมหน้าอยู่
ผู้รับบริการพึงพอใจ
ผู้ให้บริการมีความสุข
เชิงรุกแบบบูรณาการ
บนพื้นฐานความพอเพียง
พันธกิจ
1.พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐาน
2.พัฒนาโครงสร้างและระบบบริหาร ตามแนวบริหารจัดการบนพื้นฐานความพอเพียง
3.เสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ควบคุมป้องกันโรค สนับสนุนภาคีเครือข่ายสุขภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน พัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดี
4.พัฒนาบุคคลากรให้มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานและมีความพึงพอใจในการทำงาน
ข้อมูลทั่วไป
1.1 ประวัติสถานีอนามัยและที่ตั้ง
สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตั้งอยู่ที่ หมู่ 12 ต.ขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน แต่เดิมเป็นสถานบริการสาธารณสุขชุมชน และขึ้นกับ อำเภอบ่อเกลือ เริ่มก่อสร้างเมื่อพุทธศักราช 2527 เปิดให้บริการเมื่อปี พุทธศักราช 2528 ต่อมาได้รับงบประมาณในปีงบประมาณ 2536 ได้ย้ายมาสร้างบนพื้นที่ใหม่ มีสภาพอยู่บนเนินเขาห่างจากสถานที่เดิม ประมาณ 300 เมตร บนพื้นที่ 8 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2537 ใช้งบประมาณทั้งหมด 1,196,000 บาท โดยได้สร้างอาคารสถานีอนามัย พร้อมกับบ้านพักราชการระดับ 1 – 2 จำนวน 1 หลัง ระดับ 3 – 4 จำนวน 1 หลัง และเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2537
หลังจากนั้น สถานีอนามัยได้มาขึ้นกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่ออำเภอเฉลิมพระเกียรติได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอกรณีพิเศษ โดยไม่ผ่านการเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2540 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองศิริราชสมบัติ 50 ปี ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ 113 ตอนที่ 62 หน้า 1 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 โดยแยกตำบลห้วยโก๋นจากอำเภอทุ่งช้าง และตำบลขุนน่านจากอำเภอบ่อเกลือ
1.2 อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านเปียงก่อ (เขตรับผิดชอบของสถานีอนามัยบ้านด่าน)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านกิ่วจันทร์ (เขตรับผิดชอบของ สสช.กิ่วจันทร์)
1.3 สภาพภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ
สภาพทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อน อยู่ทางเหนือสุดของจังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดน่านเป็นระยะทาง 184 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนมากติดต่อกับเขตชายแดนสาธาณรณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่ราบลุ่มสำหรับประชาชนได้อาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย สภาพป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วย สนสามใบ , พญาเสือโคร่ง , ไม้ก่อ, และมีป่าไผ่ชนิดต่างๆ มีเทือกเขาที่สำคัญคือ เทือกเขาภูพยัคฆ์ มีลำน้ำที่สำคัญ คือ ลำน้ำรี สภาพภูมิอากาศทั่วไปมี 3 ฤดู คือ
- ฤดูฝน มีช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคม – กันยายน
- ฤดูหนาว มีช่วงระหว่างเดือน ตุลาคม – กุมภาพันธ์
- ฤดูร้อน มีช่วงระหว่างเดือน มีนาคม – เมษายน
จะสังเกตได้ว่าในช่วงฤดูหนาวมีระยะเวลายาวนานกว่าฤดูอื่นๆ และมีความหนาวเย็นมาก สืบเนื่องมาจากการที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมเป็นส่วนใหญ่ ฤดูฝนจะมีฝนตกชุกตลอดช่วงฤดูทำให้การคมนาคมไม่สะดวกเพราะเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางจะทอดยาวตามภูเขาทำให้มีการพังทลายของหน้าดินมาปิดทางสัญจรเป็นประจำ ส่วนฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนมาก ลักษณะอากาศเย็นสบาย เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีป่าไม้มากทำให้มีความชุ่มชื้นคลายความร้อนได้
1.4 สภาพทางสังคม
สภาพทางสังคมเป็นสังคมชนบท ครอบครัวเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ประชาชนที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นคนดั่งเดิม เป็นชาวเขาเผ่าลั๊วะ ชาวบ้านจะไม่มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน แต่จะมีการผสมผสานระหว่างคนพื้นเมืองกับชาวเขาเผ่าลั๊วะ จะมีก็แต่เพียง การนับถือ ผีบ้านผีเรือน ผีป่าผีเขา แต่เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นพื้นที่สีชมพู มีการสู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับรัฐบาล ปัจจุบันได้กำหนดให้เป็นหมู่บ้าน มีการจัดสรรพื้นที่ทำกินให้กับประชาชน แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และขาดความรู้เรื่องการปรับปรุงสภาพดินเพื่อให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้เกิดการบุกรุกเขตป่าเป็นบางส่วน
1.5 การปกครอง
หมู่บ้านในเขตรับผิดชอบของสถานีอนามัยน้ำรีมี 2 หมู่บ้าน อยู่ในการปกครองของตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
- หมู่ที่ 11 บ้านน้ำช้าง ห่างจากสถานีอนามัย 7 กิโลเมตร
- หมู่ที่ 12 บ้านน้ำช้างพัฒนา เป็นที่ตั้งของสถานีอนามัย
1.6 สภาพทางเศรษฐกิจ
สภาพเศรษฐกิจประชาชนส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่นทำไร่ ทำสวน และ รับจ้างในโครงการปลูกป่าตามพระราชดำริ มีบางส่วนมีการเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย และแพะ ส่วนการค้าขายนั้นมีน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่พึ่งรายได้จากการรับจ้างเป็นคนงานในโครงการพระราชดำริ มีรายได้ประมาณ 900 - 1,300 บาท ต่อเดือน ในปัจจุบันได้มีโครงการหลวงมาตั้งที่ภูพยัคฆ์ ทำให้ประชาชนบางส่วนมีรายได้จากการรับจ้างที่โครงการหลวงทำให้มีรายได้มากขึ้น และทำให้ได้รับการฝึกอาชีพไปด้วย เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ ผลไม้เมืองหนาว การทำเห็ดหอม เป็นต้น ปัจจุบัน ได้รับการพัฒนาให้เป็นที่ท่องเที่ยว ทำให้เด็กนักเรียนบางกลุ่มได้ไปรับจ้าง ทำอาหารและเสริฟอาหารทำให้มีรายได้ระหว่างเรียนช่วยลดภาระให้กับครอบครัวด้วย
1.7 การศึกษา
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับการศึกษา ทำให้ประชาชนที่อ่านออกเขียนได้ยังมีจำนวนน้อยและส่วนมากเป็นเด็กในวัยเรียน ทำให้มีปัญหาเรื่องการพัฒนาต่างๆ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีโรงเรียน ระดับประถมศึกษา 2 แห่ง และ มีศูนย์การศึกษาชาวไทยภูเขา “ แม่ฟ้าหลวง” ในสังกัด การศึกษานอกโรงเรียน 1 แห่ง แต่ประชาชนที่อ่านออกเขียนได้ยังมีน้อย เพราะประชาชนส่วนมากไม่ให้ความสำคัญต่อการศึกษามากนัก
1.8 วัฒนธรรมประเพณีและศาสนา
ประชาชนส่วนมากเป็นชาวเขาเผ่าลั๊วะ ร้อยละ 90 ไม่มีวัฒนธรรมในรูปแบบที่เด่นชัด เนื่องจากมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองทั่วไป
1.8.1
ประเพณีท้องถิ่น
- ประเพณีกินดอกแดง จัดหลังการเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อฉลองผลผลิตที่ได้
- ประเพณีวันกำ มีทุกสิบวัน ซึ่งแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัว จะมีวันกำ และของที่กำ ไม่ตรงกัน ฝ่ายชายที่จะไปมีครอบครัวต้องถือกำตามฝ่ายผู้หญิง
1.8.2
ภาษา ภาษาที่ใช้สื่อสารกันใช้ภาษาลั๊วะสำหรับประชาชนในชุมชน แต่สำหรับการติดต่อสื่อสารกับทางราชการจะใช้ภาษาไทยกลาง
1.8.3
การนับถือศาสนา
- ศาสนาพุทธ - ลัทธิผี
- ศาสนาคริสต์
1.9 การคมนาคมและสาธารณูปโภค
1.9.1
การคมนาคม
- สายน่าน – ทุ่งช้าง – ห้วนโก๋น – น้ำรีพัฒนา ระยะทาง 184 กิโลเมตร
- สายน่าน – สันติสุข – บ่อเกลือ – น้ำรีพัฒนา ระยะทาง 167 กิโลเมตร
- สายน่าน – ปัว – บ่อเกลือ – น้ำรีพัฒนา ระยะทาง 185 กิโลเมตร
เส้นทางการคมนาคม ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และ รถจักรยานยนต์ เนื่องจากเส้นทางเข้ามายังบ้านน้ำรีพัฒนาไม่มีรถโดยสารประจำทาง เส้นทางมีลักษณะคดเคี้ยวไปตามเขาทำให้การเดินทางไม่สะดวก และเกิดความล่าช้า ในช่วงฤดูฝนจะมีการพังทลายของหน้าดินบนไหล่ทางทำได้การคมนาคมมีการติดขัด ผ่านเข้า – ออกไม่ได้
1.9.2
การไฟฟ้า
- มีไฟฟ้าใช้ทั้งสองหมู่บ้าน
1.9.3
การประปา
- ระบบประปาเป็นประปาภูเขา แต่ระบบประปายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะในฤดูฝน มีน้ำป่าพัดท่อประปา ทำให้ท่อประปาแตก หัก และการซ่อมแซมระบบประปาล่าช้าจึงทำให้ขาดน้ำใช้ในบางช่วง
1.9.4
โทรคมนาคม
- มีโทรศัพท์สาธารณะโดยใช้จานดาวเทียมรับสัญญาณจากดาวเทียม แต่โทรศัพท์มักใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง และวันที่มีเมฆหมอกมาก
- วิทยุสื่อสารของหน่วยงาน ได้แก่ สถานีอนามัย โรงเรียน ศูนย์ กศน. สมาชิกอบต.
- โทรทัศน์
1.10 หมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ
ตาราง1 จำนวนหมู่บ้าน , ประชากร และหลังคาเรือนในเขตรับผิดชอบสถานีอนามัย
ปี งบประมาณ 2552
| ลำดับ |
ชื่อหมู่บ้าน |
หมู่ที่ |
จำนวนประชากร(คน) |
จำนวนหลังคาเรือน(หลัง) |
|
| 1 |
น้ำช้างพัฒนา |
11 |
797 |
176 |
|
| 2 |
น้ำรีพัฒนา |
12 |
913 |
205 |
|
| |
รวม |
|
1,710 |
381 |
แหล่งข้อมูล สมุดบัญชีคุมประชากรบ้านน้ำช้างพัฒนาและบ้านน้ำรีพัฒนา สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ตาราง 2 ระยะทางระหว่างหมู่บ้านถึงสถานบริการสาธารณสุข
| บ้าน |
หมู่ที่ |
ระยะทางถึงสถานบริการสาธารณสุข (กิโลเมตร) |
| |
|
สอ. |
สสอ. เฉลิมพระเกียรติ |
รพช.เฉลิมพระเกียรติ |
รพท. น่าน |
| บ้านน้ำช้าง |
11 |
7 |
45 |
40 |
177 |
| บ้านน้ำรีพัฒนา |
12 |
0 |
52 |
47 |
184 |
| |
|
|
|
|
|
|
แหล่งข้อมูล สรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ปีงบประมาณ 2546
จากตาราง 2 พบว่า สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนาตั้งอยู่ห่างไกลจาก หน่วยงานต้นสังกัด และห่างจากโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอ ทำให้การส่งต่อผู้ป่วยใช้ระยะเวลานาน และเส้นทางคมนาคมไม่สะดวกเกิดความล่าช้า ทำให้มีความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก
1.11 การแบ่งงานในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ในสถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา
ลำดับที่ 1. นายวิรัตน์ ท้าวบุญญาภินิกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 4
งานที่รับผิดชอบ
1. งานบริหารทั่วไป
2. งานวางแผนยุทธศาสตร์
3. งานพัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินสิ่งก่อสร้าง
4. งานการเจ้าหน้าที่
5. งานสุขาภิบาล
6. ควบคุมป้องกันยาเสพติด
7. งานนิเทศงาน
8. งานประสานงาน
9. งานจัดทำโครงการ
10. งานพัฒนาคุณภาพบริการ
11. งานวางแผนและประเมินผล
ลำดับที่ 1. นายราชันย์ ธิติมูล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ (พยาบาลเวชปฎิบัติ)
งานที่รับผิดชอบ
1. งานสาธารณสุขเคลื่อนที่
2. งานรักษาพยาบาล
3. งานการเงิน- การบัญชี
4. งานศูนย์ข้อมูลและข่าวสาร
5. งานวิชาการ
6. งานสุขภาพจิต
7. งานอนามัยโรงเรียน
8. งานอาชีวอนามัย
9. งานโภชนาการ
10. งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
12. งานคุ้มครองผู้บริโภค
13. งานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
14. รับผิดชอบหมู่ที่ 11
15. งานรวบรวมรายงาน
ลำดับที่ 2. นางสาวอรนุช บุญสวรรค์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ
งานที่รับผิดชอบ
1. งานอนามัยแม่และเด็ก
2. งานวางแผนครอบครัว
3. งานทันตสาธารณสุข
4. งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์
5. งานยาและเวชภัณฑ์
6. งานโรคไม่ติดต่อ
7. งานแพทย์แผนไทย
8. งานอนามัยสิ่งแวดล้อม
9. งานสารบรรณ
10. งานสาธารณสุขมูลฐาน
11. งานประกันคุณภาพ
12. งานระบาดและควบคุมโรคติดต่อ
13. รับผิดชอบหมู่ที่ 12
14. งานรวบรวมรายงาน
ลำดับที่ 3. นางสาวทัศนีย์ แปงอุด ตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
งานที่รับผิดชอบ
1.งานทะเบียนประวัติผู้ป่วย
2.งานจัดเตรียมเครื่องมือ
3.งานดูแลรักษาความสะอาด
4.งานสารบัญ
5.งานโต้ตอบวิทยุ
6.งานสัมพันธ์ชุมชน
7.งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
1.12 บุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข
พยาบาลวิชาชีพ 2 คน
นักวิชาการสาธารณสุข 1 คน
ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 1 คน
อาสาสมัครมาลาเรีย คน
อาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม. ) 31 คน
1.13 องค์กร/ชมรม/กลุ่ม
ชมรมผู้สูงอายุ 3 ชมรม จำนวนสมาชิก 108 คน
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข 2 ชมรม จำนวนสมาชิก 22 คน
ชมรมออกกำลังกาย 3 ชมรม จำนวนสมาชิก 65 คน
ชมรมสร้างสุขภาพอื่นๆ 2 ชมรม จำนวนสมาชิก 100 คน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2 แห่ง
หอกระจายข่าว 2 แห่ง
ที่อ่านหนังสือพิมพ์ 1 แห่ง
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง 1 แห่ง
1.14 ประชากรในความรับผิดชอบ
ตาราง 3 ประชากรในเขตรับผิดชอบแยกตามกลุ่มอายุและเพศ ปีงบประมาณ 2552
| กลุ่มอายุ( ปี ) |
ประชากร |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
ร้อยละ |
| จำนวน(คน) |
ร้อยละ |
จำนวน(คน) |
ร้อยละ |
| แรกเกิด – 1 |
14 |
1.70 |
9 |
1.13 |
23 |
1.42 |
| 1 – 4 |
43 |
5.22 |
33 |
4.01 |
76 |
4.69 |
| 5 – 9 |
70 |
8.50 |
72 |
9.01 |
142 |
8.75 |
| 10 – 14 |
93 |
11.30 |
109 |
13.64 |
202 |
12.45 |
| 15 – 19 |
78 |
9.48 |
101 |
12.64 |
179 |
11.04 |
| 20 – 24 |
98 |
11.91 |
96 |
12.02 |
194 |
11.96 |
| 25 – 29 |
86 |
10.45 |
52 |
6.51 |
138 |
8.51 |
| 30 – 34 |
80 |
9.72 |
70 |
8.76 |
150 |
9.25 |
| 35 – 39 |
54 |
6.56 |
56 |
7.01 |
110 |
6.78 |
| 40 – 44 |
60 |
7.29 |
57 |
7.13 |
117 |
7.21 |
| 45 – 49 |
53 |
6.44 |
36 |
4.50 |
89 |
5.49 |
| 50 – 54 |
35 |
4.25 |
35 |
4.38 |
70 |
4.32 |
| 55 – 59 |
11 |
1.34 |
17 |
2.13 |
28 |
1.73 |
| 60 –64 |
17 |
2.07 |
18 |
2.25 |
35 |
2.16 |
| 65 – 69 |
19 |
2.31 |
18 |
2.25 |
37 |
2.28 |
| 70 – 74 |
10 |
1.22 |
14 |
1.75 |
24 |
1.48 |
| 75 – 79 |
2 |
0.24 |
4 |
0.50 |
6 |
0.37 |
| 80 ปีขึ้นไป |
0 |
0 |
2 |
0.25 |
2 |
0.12 |
| รวม |
823 |
100 |
799 |
100 |
1622 |
100 |
แหล่งข้อมูล : จากสมุดคุมประชากร สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุ่นน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
จากตาราง 3 พบว่า จำนวนผู้พึ่งพิงมีปริมาณน้อยกว่าวัยแรงงาน ซึ่งอนาคต จำนวนผู้พึ่งพิงจะมีปริมาณมากขึ้น จากตารางจะเห็นว่า วัยแรงงานมีมากที่สุด รองลงมาคือ เด็ก 0 -14 ปี และสุดท้ายคือ ผู้สูงอายุ ซึ่งอนาคตวัยแรงงานจะมีปริมาณคงที่แต่วัยสูงอายุจะมีมากขึ้น เพราะวัยแรงงานมีมากที่สุด
ตาราง 4 ประชากรในเขตรับผิดชอบแยกรายหมู่บ้านและเพศ ปี งบประมาณ 2552
| หมู่บ้าน |
หมู่ที่ |
ตำบล |
จำนวนประชากร |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
| บ้านน้ำช้างพัฒนา |
11 |
ขุนน่าน |
419 |
378 |
797 |
| บ้านน้ำรีพัฒนา |
12 |
ขุนน่าน |
467 |
446 |
913 |
| รวม |
|
|
886 |
824 |
1,710 |
แหล่งข้อมูล : จากสมุดคุมประชากร สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุ่นน่าน
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
จากตาราง 4 . พบว่า จำนวนประชากรบ้านน้ำรีมีมากกว่าบ้านน้ำช้าง 116 คน ทั้งสองหมู่บ้าน มีประชากรที่เป็นชาย มากกว่าประชากรหญิง
1.15 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม. )
ตาราง 5 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน( อสม. )ในเขตรับผิดชอบแยกรายหมู่บ้าน ปีงบประมาณ 2552
| หมู่บ้าน |
จำนวนอาสาสมัครสาธารณสุข(คน) |
อัตราต่อหลังคาเรือน |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
| บ้านน้ำช้างพัฒนา |
10 |
5 |
15 |
11.73 |
| บ้านน้ำรีพัฒนา |
6 |
10 |
16 |
12.82 |
| รวม |
16 |
15 |
31 |
24.55 |
แหล่งข้อมูล : จากสมุดชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุ่นน่าน
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
1.16 สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต. )
ตาราง 6 สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต. )ในเขตรับผิดชอบแยกรายหมู่บ้าน
ปีงบประมาณ 2551
| หมู่บ้าน |
สมาชิก อบต.(คน) |
สมาชิก อบต.ที่เป็นอสม.(คน) |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
ชาย |
หญิง |
รวม |
| บ้านน้ำช้างพัฒนา |
2 |
0 |
2 |
1 |
0 |
1 |
| บ้านน้ำรีพัฒนา |
2 |
0 |
2 |
0 |
0 |
0 |
| รวม |
4 |
0 |
4 |
1 |
0 |
1 |
แหล่งข้อมูล : จาการสำรวจ ของสถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
1.17 ข้อมูลศาสนสถาน
ตาราง 7 ศาสนสถานในเขตรับผิดชอบประจำปี งบประมาณ 2552
| วัด/สำนักสงฆ์/โบสถ์1 |
จำนวน(รูป) |
| พระภิกษุ1 |
สามเณร0 |
อื่นๆ0 |
รวม1 |
| รวม |
1 |
0 |
0 |
1 |
แหล่งข้อมูล : จาการสำรวจ ของสถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
1.18 ข้อมูลโรงเรียนและนักเรียน
ตาราง 8 โรงเรียนในเขตรับผิดชอบปีงบประมาณ 2552
| โรงเรียน |
หมู่ที่ |
จำนวนครู ( คน ) |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
| น้ำช้างพัฒนา |
11 |
6 |
4 |
10 |
| น้ำรีพัฒนา |
12 |
6 |
5 |
11 |
| รวม |
|
12 |
9 |
21 |
แหล่งข้อมูล : แบบรายงานอนามัยโรงเรียนบ้านน้ำช้าง - น้ำรี ปีการศึกษา 2552 และบัญชีบุคลากรของโรงเรียนน้ำรีพัฒนา , โรงเรียนน้ำช้างพัฒนา
ตารางที่ 9 นักเรียนระดับอนุบาลในเขตรับผิดชอบปีงบประมาณ 2552
| โรงเรียน |
หมู่ที่ |
นักเรียนอนุบาล |
| ชาย |
หญิง |
รวม |
| น้ำช้างพัฒนา |
11 |
15 |
12 |
27 |
| น้ำรีพัฒนา |
12 |
7 |
6 |
13 |
| รวม |
|
22 |
18 |
40 |
ตาราง 10 นักเรียนระดับประถมศึกษาในเขตรับผิดชอบ ปี งบประมาณ 2552
| โรงเรียน |
ป.1 |
ป.2 |
ป.3 |
ป.4 |
ป.5 |
ป.6 |
รวม |
| ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
| น้ำช้างพัฒนา |
5 |
6 |
8 |
13 |
7 |
7 |
8 |
8 |
8 |
8 |
12 |
11 |
48 |
53 |
| น้ำรีพัฒนา |
20 |
10 |
9 |
15 |
8 |
12 |
12 |
9 |
11 |
12 |
5 |
20 |
65 |
76 |
| รวม |
25 |
16 |
17 |
28 |
15 |
19 |
20 |
17 |
19 |
20 |
17 |
31 |
113 |
125 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แหล่งข้อมูล : แฟ้มงานอนามัยโรงเรียน สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุ่นน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ตาราง 11 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตรับผิดชอบ ปีงบประมาณ 2552
| โรงเรียน |
ม.1 |
ม.2 |
ม.3 |
ม.4 |
ม.5 |
ม.6 |
รวม |
| ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
ช |
ญ |
| น้ำช้างพัฒนา |
11 |
9 |
3 |
7 |
7 |
16 |
|
|
|
|
|
|
21 |
32 |
| น้ำรีพัฒนา |
13 |
9 |
8 |
9 |
6 |
8 |
|
|
|
|
|
|
27 |
26 |
| รวม |
24 |
18 |
11 |
16 |
13 |
24 |
|
|
|
|
|
|
48 |
58 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แหล่งข้อมูล : แฟ้มงานอนามัยโรงเรียน สถานีอนามัยน้ำรีพัฒนา ตำบลขุ่นน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ตาราง 12 รายงานผู้ป่วยนอกตามกลุ่มสาเหตุ(5 กลุ่มโรค) ที่พบบ่อย ในปีงบประมาณ 2552
สถานบริการสถานีอนามัยบ้านน้ำรีพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
| ลำดับที่ |
โรคระบบ ต่างๆ |
จำนวน(คน) |
| 1 |
โรคระบบหายใจ |
1532 |
| 2 |
โรคระบบกล้ามเนื้อรวมโครงร่างและเนื้อยึดเสริม |
1326 |
| 3 |
โรคระบบย่อยอาหารรวมโรคช่องปาก |
738 |
| 4 |
โรคระบบสืบพันธ์ร่วมปัสสาวะ |
194 |
| 5 |
โรคผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง |
155 |
| |
รวมโรค 5 กลุ่มโรค |
3,945 |
แหล่งข้อมูล รายงานผู้ป่วยนอกตามกลุ่มสาเหตุ(21 กลุ่มโรค) ปีงบประมาณ 2552(รง 504) จาก ตาราง จะเห็นว่าโรคที่พบมากที่สุดคือโรคระบบทางเดินหายใจ จากการสอบถามเนื่องจากพื้นที่ เป็นพื้นที่สูง และมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้โรคระบบทางเดินหายใจพบบ่อย และส่วนมากจะเป็นในเด็ก มากกว่าในผู้ใหญ่
ตาราง 12 แสดงผลการตรวจสารเคมีในกระแสเลือดในเกษตรกรในเขตรับผิดชอบสถานีอนามัยบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
Theme by flashcast.
สถานีอนามัยตำบลห้วยโก๋น
วิสัยทัศน์
ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ นำพาประชาสุขภาพดี โดยมีส่วนร่วมของชุมชน
พันธกิจ
1.ประชาชนไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันโรคได้
2.การเข้าถึงบริการด้วยความเสมอภาค ได้มาตรฐาน
3.ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัวและชุมชน
4.ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
5.มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน
ข้อมูลทั่วไป
ทิศเหนือ ติดกับ เมืองเงิน สปปช.ลาว
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลปอน อ.ทุ่งช้าง
ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลขุนน่าน
ทิศตะวันตก ติดกับตำบลปอน อ.ทุ่งช้าง
มีโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส 1 แห่ง และวัด 1 แห่ง ร้านอาหาร 8 แห่ง ร้านขายของชำ 15 แห่ง และร้านตัดผม 1 แห่ง
รับผิดชอบ 1 หมู่ ( บ้านห้วยโก๋น หมู่ที่ 1) ประชากรทั้งหมด 952 คน
- ชาย 477 คน
- หญิง 475 คน
หลังคาเรือน 248 หลังคาเรือน
จำนวน 272 ครอบครัว
ประวัติหมู่บ้านห้วยโก๋น
จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าทอง มีสา และนายเงิน ธิสมบูรณ์ เล่าว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2478 ประชาชนชาวลาว ได้หนีการปกครองแบบกดขี่ของฝรั่งเศส เข้ามาในประเทศไทย มาตั้งบ้านเรือนในบ้านห้วยโก๋นเก่าในปี 2482 เกิดสงคราม กรณีพิพาทอินโดจีน ทางการไทยจึงตรึงกำลังทหารในแนวชายแดน ซึ่งป็นบริเวณบ้านห้วยโก๋นในขณะนั้นปี 2490 ชนกลุ่มน้อยอพยพกลับไปเมืองเงินประเทศลาว คงเหลืออยู่ที่เดิมประมาณ 50 ครอบครัว ในปี 2491 เมืองเงิน ประเทศลาวถูกตีแตกจึงมีการอพยพหนีออกมาอีกครั้งหนึ่ง มาอยู่มาอยู่บริเวณพื้นราบ ตรงกันข้ามกับที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2513 – 2518 มีเหตุการณ์ มีเหตุการณ์ไม่สงบจากภัยผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นพื้นที่ มีการปะทะกัน ระหว่างกองกำลังทหารไทยกับแนวร่วมคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ชาวบ้านเริ่มอพยพอีกครั้ง ในตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2518 ชาวบ้านบ้านห้วยโก๋นทั้งหมดต้องอพยพหนีภัยการสู้รบ ตามมาอพยพก่อน เนื่องจากฐานทหารบ้านห้วยโก๋นแตก ชาวบ้านห้วยโก๋นหลังจากอพยพกันหลายครั้ง จากเหตุการณ์สู้รบระหว่างอุดมการณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย จนได้ชื่อ สมรภูมิห้วยโก๋น ชื่อบ้านห้วยโก๋นเป็นที่หวาดหวั่นของคนทั่วไป ที่จะเข้าไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2518 ที่ฐานทหารห้วยโก๋นบ้านห้วยโก๋นแตก ชาวบ้านบ้านห้วยโก๋นแตก ก็ไม่กล้าเข้าไป ตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยที่เดิม (บริเวณที่ว่าการอำเภอ)ทั้งที่เป็นที่ทำกินอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ราบเนื่องจากมีการสู้รบ การตาย มีกับระเบิดอยู่มากชาวบ้านห้วยโก๋นจึงกลับไปอยู่บริเวณที่ตั้งบ้านเรือนตามใหล่เขา มีอาชีพทำไร่ข้าว ข้าวโพด ค้าขาย ประชาชนเป็นชาวไทลื้อ นับถือศาสนาพุทธแต่มีความเชื่อไสยศาสตร์ ภูตผี มีพิธีกรรมตามความเชื่อ เพื่อผ่อนคลายความทุกข์กังวล ก่อให้เกิดความสบายใจ เช่น การสะเดาะเคราะห์ สืบชะตา ทูนขวัญบายศรี เชื่อในโชคลาง ของขลัง คาถาอาคม โหราศาสตร์ ในสมัยก่อนไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีหมอ
อาชีพพื้นบ้านประกอบอาชีพทำไร่ข้าวโพด ไร่ขิงตามฤดูกาล มีปัญหา ราคาพืชผล ขายได้ในราคาต่ำมาก ปัญหาการใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง นอกจากนี้มีอาชีพทอผ้าไทลื้อ เป็นการภายในครอบครัวและรวมกลุ่มเพื่อจำหน่ายได้
ประวัติสถานีอนามัยตำบลห้วยโก๋น
สถานีอนามัยตำบลห้วยโก๋น ตั้งอยู่บ้านห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน บนที่ดินสาธารณะประจำหมู่บ้าน เดิมเป็นสถานบริการสาธารณสุขชุมชน
การก่อสร้างและเปิดให้บริการ ปี 2531 ได้รับงบประมาณก่อสร้างสถานบริการสาธารณสุขชุมชนไม่สามารถเปิดบริการได้เนื่องจากเจ้าพนักงานสุขภาพชุมชนได้รับอุบัติเหตุจนเสียชีวิต จึงหมุนเจ้าหน้าที่จากสถานีอนามัยตำบลปอน
อ.ทุ่งช้างมาปฏิบัติงานชั่วคราว
ปี 2532 ได้เปิดบริการโดยมีพนักงานสุขภาพชุมชนได้รับการบรรจุและแต่งตั้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน
ปี 2536 ได้ยกฐานะจากสถานบริการสาธารณสุขชุมชนเป็นสถานีอนามัยโดยใช้งบประมาณเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมบ้านพักเจ้าหน้าที่ระดับ 1 – 2 จำนวน 1 หลัง และถังเก็บน้ำฝน 1 ที่
ปี 2537 ได้รับงบประมาณก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ระดับ 3 – 4 จำนวน 1 หลัง
ปี 2538 ได้รับงบประมาณก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ระดับ 3 – 4 จำนวน 1 หลัง
โดยรับผิดชอบจำนวน 4 หมู่บ้าน
หมู่ที่ 1 บ้านห้วยโก๋น
หมู่ที่ 4 บ้านปิน
หมู่ที่ 5 บ้านปางหก
หมู่ที่ 7 บ้านห้วยทรายขาว
ปี 2547 โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติได้ก่อสร้างขึ้น และได้ขอแบ่งเขตรับผิดชอบหมู่บ้านได้แก่ หมู่ที่ 4 บ้านปิน
หมู่ที่ 5 บ้านปางหก
หมู่ที่ 7 บ้านห้วยทรายขาว
จึงทำให้สถานีอนามัยรับผิดชอบเพียงหมู่บ้านห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 เป็นต้นมา
Theme by flashcast.
สถานีอนามัยบ้านสะจุก
สถานีอนามัยบ้านสะจุก
สถานีอนามัยบ้านสะจุก ตั้งอยู่ที่บ้านสะจุก หมู่ 7 ตำบลขุนน่าน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 50 กม. มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ 5 หมู่บ้าน 436 หลังคาเรือน 611 ครอบครัว มีประชากร จำนวน 2,127 คน สถานีอนามัยบ้านสะจุก เดิมเป็นสถานบริการสาธารณสุขชุมชน ซึ่งเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2534 ต่อมาเมื่อปี 2540 ได้รับการยกฐานะเป็นสถานีอนามัย มีอาคารทำการ 1 หลัง บ้านพักระดับ 3-4 จำนวน 1 หลัง รวมงบประมาณทั้งสิ้น 2,479,000 บาท ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2541 และได้งบดำเนินการต่อเติมอาคารชั้นล่าง งบประมาณ 420,000 บาท ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 สามารถให้บริการสาธารณสุขแบบผสมผสาน ได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ แก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบทั้ง 5 หมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียงทั้งจากอำเภอบ่อเกลือและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ข้อมูลทั่วไป
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 50 กิโลเมตรห่างจากจังหวัดน่าน
185 กิโลเมตรสภาพพื้นที่ทั่วไปของเขตรับผิดชอบตั้งอยู่บนเทือกเขาที่สูงชันและสลับซับซ้อนเป็นแนวยาวตลอด
ประชากรในเขตรับผิดชอบ ทั้งสิ้น 2,127 คน
มี 611 ครอบครัว
- ชาย 1,064 คน
- หญิง1,063 คน
- มี 436 หลังคา
สภาพเศรษฐกิจและสังคม
1 ประชาชนส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 95 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ข้าว ไร่ข้าวโพด บางช่วงฤดูมีการค้าขายก๋ง (ดอกหญ้าใช้ทำไม้กวาด)
2 ประชาชนมีฐานะยากจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน
อาณาเขต
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านบวกอุ้ม หมู่ที่ 14 ตำบลขุนน่าน
- ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านสะเกี้ยง,บ้านห้วยฟอง
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านห้วยเต๋ย
การคมนาคม
n ถนนสายที่อยู่ในเขตพื้นที่ของหมู่บ้าน ถนนลาดยางหรือคอนกรีต 800 เมตร ถนนดิน 2 กิโลเมตร ถนนที่ใช้เดินทางไปยังอำเภอมีจำนวน 1 เส้นทาง ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 56 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 90 นาที
n ระยะทางมารับบริการสถานีอนามัย 6 กิโลเมตร
สภาพทางสังคม
n เป็นชุมชนชาวเขาเผ่าลั๊วะ นับถือผี มีวิถีชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกัน (ตามสายเครือญาติ) อยู่แบบครอบครัวใหญ่ อยู่แบบพอมีพอกินไปวันต่อวัน และมีกฎกติกาของหมู่บ้านในเรื่องต่างๆ เพื่อใช้ในการปกครองคนในหมู่บ้าน
บุคคลากร
- นางสาววาสนา ศรีสวัสดิ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน
- นางสาวสุมาลี ขอคำ เจ้าพนักงานสาธารณสุข
- ว่าที่รต.หญิงกัลยรัตน์ ทิศหน่อ นักวิชาการสาธารณสุข
- นางสาวสุวณีรัตน์ บัวเหล็ก ลูกจ้างชั่วคราว
Theme by flashcast.
สสช.บ้านสบปืน

สถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านสบปืน
เริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชน ในเขตรับผิดชอบ สสช.บ้านสบปืน เดิมทีมี 2 หมู่บ้านมีบ้านสบปืนและบ้านห้วยดง และอีกหนึ่งหมู่บ้านยังไม่ได้รับการรับรองจากกระทรวงมหาดไทยคือบ้านใหม่ไชยธงรัตน์ ขึ้นตำบลปอน หลังจากนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ให้สัญชาติ และมีการแยกเป็นตำบลห้วยโก๋น และมีการตั้งอำเภอขึ้นใหม่โดยกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งอำภอใหม่แยกจากอำเภอทุ่งช้าง โดยตั้งชื่อเป็นอำเภอเฉลิมพระเกียรติ สสช.บ้านสบปืนจึงมีหมู่ในเขตรับผิดชอบดังนี้หมู่ที่ 2,3,6 และเริ่มเปิดให้บริการประชาชนในพื้นที่เมื่อปี พ.ศ 2527 เป็นอาคารไม้แบบ 2 ชั้น และได้ให้บริการทางด้านสาธารณสุข ถึงปี พ.ศ 2530 เจ้าหน้าที่ได้รับอุบัติเหตุรถชน หลังจากนั้นสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านสบปืน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ สอ.ปอน มาเปิดให้บริการเป็นบ้างครั้ง และส่งเจ้าหน้าคนใหม่ไปอบรม และได้อบรมในหลักสูตรพนักงานสุภาพชุมชนจบเมื่อปี 2532 และได้เปิดให้บริการงานทางด้านสาธารณสุขจนถึงปัจจุบันรวมเป็นเวลา 25 ปี
รายนามเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
ลำดับ ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง ระยะเวลาปฎิบัติงาน
1 นายธีรพล คำรังษี พนักงานสุภาพชุมชน 2527-2530
2 นายพิเชษฐ์ ขะจาย พนักงานสุขภาพชุมชน 11ส.ค 2532-1มิ.ย 2539
3 นายนพคุณ สุวรรณ จพง.สาธารณสุขชุมชน 2 1 มิ.ย 2539 – 1มิ.ย 2542
4. นายพิเชษฐ์ ขะจาย จพง.สาธารณสุขชุมชน 2 1 มิ.ย 2542 - ปัจจุบัน
5. นายฉัตรดนัย อรินทร์ จพง.สาธารณสุขชุมชน 1 เม.ย 2552 – ปัจจุปัน
6. นายประภาศ พีรภาสสกุล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 2544 - ปัจจุปัน
7. . นายพิเชษฐ์ ขะจาย นวก.สาธารณสุขชำนาญการ 1 มิ.ย 2542 - ปัจจุบัน
ประวัติบ้านสบปืน
บ้านสบปืน เดิมชื่อ บ้านกิ๋วจันทร์ อพยพมาจากบ้านน้ำแมด บ้าน น้ำปูดประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว ในช่วงแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านห้วยดง ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเขตการปกครองของตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ช่วงนั้นประชาชนเกิดล้มป่วยเป็นจำนวนมาก สาเหตุน่าจะเกิดจากไข้มาราเรีย ชาวบ้านบางส่วนจึ่งได้อพยพมาอยู่บริเวณบ้านสบปืนในปัจจุบัน โดยการนำของ พ่อหลวงคำมี หอมดอก และ แม่หล้า หอมดอก ต่อมาก็ได้มีชาวบ้านจากคุ้ม บ้านอืน อพยพมาอาศัยอยู่ด้วยทำให้หมู่บ้านขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งบ้านสบปืน ใช้ชื่อตามลำห้วยสบปืน ซึ่งมาจากสมัยก่อนชาวบ้านจะนำปืนไปซ่อนหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเอาไปซ่อนไว้ในโพรงไม้ต้นหนึ่งก่อนจะนำเข้าหมู่บ้าน ส่วนการปลูกสร้างบ้านเรือนนั้นสมัยก่อนจะปลูกสร้างเป็นกระท่อมทรงเตี้ย ยกพื้นสูงเล็กน้อย มีห้องครัว เตาไฟ รวมอยู่กับห้องนอน
ต่อมาในปี พ.ศ.2496 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น โดยมีครูจากโรงเรียนบ้านปอน อำเภอทุ่งช้าง มาเป็นครูสอน
ในปี พ.ศ.2510 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้เข้ามาแทรกซึมปฏิบัติการปลุกกระดม ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ผู้นำหมู่บ้านในขณะนั้นจึ่งได้อพยพชาวบ้านไปอยู่ที่บ้านน้ำเลี้ยง ตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ก็อพยพย้ายกลับไปอยู่ที่เก่าอีก เนื่องจากที่ได้มีทหารมาตั้งฐานปฏิบัติการคุ้มครองอยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้น ประกอบด้วยได้มีการเกณฑ์เอาชายหนุ่มในหมู่บ้าน ไปเป็นทหารร่วมต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายด้วย
มาในปี พ.ศ. 2539 ได้มีอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ได้จัดตั้งเป็นอำเภอจึ่งได้แบ่งเขตพื้นที่บางส่วนของตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน มาอยู่ในเขตการปกครอง ของตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ปัจจุบัน ตำบลห้วยโก๋นมีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน
พื้นที่บ้านสบปืนมีประมาณ 5,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูงชัน อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 14 กิโลเมตร บ้านสบปืน แบ่งพื้นที่หมู่บ้านได้เป็น 3 คุ้มบ้าน ดังนี้
- คุ้ม บ้านสบปืน
- คุ้ม บ้านเจ็ดหลัง
- คุ้ม บ้านสบอ้อ
อานาเขต ทิศเหนือติดกับ บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น
ทิศใต้ติดกับ บ้านปิน ตำบลห้วยโก๋น
ทิศตะวันออกติดกับ บ้านใหม่ไชยธงรัตน์ ตำบลห้วยโก๋น
ทิศตะวันตกติดกับ บ้านห้วยดง ตำบลห้วยโก๋น
Theme by flashcast.